เรื่องเล่าจากเจ้าสาวในอินเทอร์เน็ต ถึงประสบการณ์การเลือกซื้อแหวนเพชรจากเพื่อนคนสนิทที่รู้จักกันมานานนับ 10 ปี แต่กลับโดนหักหลัง นำแหวนคุณภาพต่ำมาขายในราคาที่สูงเกินกว่าปกติ

เรื่องราวจากกระทู้ในเว็บไซน์สังคมออนไลน์ ยังคงทยอยบอกเล่าประสบการณ์สุดเศร้าของเหล่าผู้ซื้อแหวนเพชร โดยขาดความรู้ แต่เต็มไปด้วยความเชื่อใจผู้อื่น จนกลายเป็นการถูกหลอกลวงและคดโกง เกิดขึ้นให้เราอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกันกับกรณีของเจ้าสาวผู้หนึ่งที่ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง
เริ่มต้นย้อนไปเมื่อประมาณ 9 ปีที่ผ่านมา เธอได้ตกลงแต่งงานกับแฟนหนุ่มหลังจากที่คบหากันมานาน โดยเธอได้รับคำแนะนำในการจัดเตรียมการแต่งงานจากบรรดาเพื่อน ๆ ที่สนิท และหนึ่งในนั้นคือเรื่อง แหวนเพชร สำหรับงานหมั้น ซึ่งด้วยไม่มีความรู้เรื่องเพชร และไม่รู้จักร้านเพชรเป็นการส่วนตัว เธอจึงได้เลือกให้เพื่อนสาวที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยประถมนานกว่า 10 ปี แต่ปัจจุบันทำแหวนขายให้ฝรั่งอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นคนจัดการเรื่องหาซื้อเพชรให้ โดยเธอให้ความไว้ใจ เพราะเห็นว่าคบกันมานานเป็น 10 ปี แถมรู้จักคุ้นเคยกับครอบครัวเพื่อนเป็นอย่างดี โดยเพื่อนรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้ ซึ่งไม่นานเขาก็ติดต่อกลับมาว่ามีเพชรขนาด 1.13 กะรัต ราคา 7 หมื่น ว่าที่เจ้าสาวในเวลานั้นตอบตกลงจึงตัดสินใจโอนเงิน แต่กว่าที่เพชรจะถูกส่งมาเมืองไทย ก็ก่อนวันหมั้นเพียง 1 วันเท่านั้น และเมื่อนำไปให้ทางร้านทำตัวเรือนก็ถูกปฏิเสธมาว่า เพชรมีตำหนิที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจนไม่อาจจะใช้ขาที่เกาะเพชรบังตำหนินั้นได้ เธอจึงได้ทราบว่าเพชรเม็ดที่ได้มานั้นไม่ได้สมบูรณ์อย่างแท้จริง แต่เธอก็จำใจต้องทำเป็นแหวนหมั้น และสวมใส่จนมาถึงปัจจุบัน
เวลาล่วงเลยไปหลายปี ความไม่สมบูรณ์ของแหวนเพชรทำให้เธอไม่สบายใจ จึงปรึกษากับสามีว่าอยากนำแหวนเพชรวงเก่าไปขายและซื้อวงใหม่มาแทนที่ สามีเห็นชอบ เธอจึงติดต่อกลับเพื่อนคนเดิม เพื่อแจ้งขาย เพื่อคนนั้นรับปากว่าจะดำเนินการขายให้ จนแล้วจนรอดเวลาผ่านไปกว่า 1 ปี เธอก็ยังขายแหวนเพชรวงดังกล่าวไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจนำแหวนไปให้ร้านที่คุณแม่รู้จักตีราคาให้ เขาบอกว่าไม่สามารถตีราคาให้ได้และไม่รับซื้อ เนื่องจากเพชรมีตำหนิที่ชัดเจนมาก ๆ มองด้วยตาเปล่าเห็น และตำหนิมีมากมายหลายตำแหน่ง เธอเสียใจแต่ก็ไม่ละความพยายาม จึงได้นำแหวนเพชรไปให้ร้านอื่น ๆ ดูบ้าง ปรากฏว่า 5 ร้านไม่มีใครรับซื้อเลย บอกว่าตำหนิชัดเจนจนไม่อาจรับซื้อได้ จนกระทั้งมาถึงร้านสุดท้าย เจ้าของร้านแนะนำให้เธอนำไปขายคืนเพื่อนคนเดิม โดยให้เขาหัก 20-30% และพูดคุยกันแบบใจเย็น ๆ เธอทำตามคำแนะนำ แต่กลับได้รับคำตอบจากเพื่อนที่ไว้ใจว่า ถ้าราคา 70,000 บาทคุณภาพเพชรก็ได้เท่านี้แหละ
หลังจากนั้นเธอจึงปรึกษาเพื่อนคนอื่น ๆ และช่วยกันสืบดูว่า เพื่อนเจ้าปัญหาได้มีการประกาศขายเพชรให้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด นั้นเป็นเพียงข้ออ้างถ่วงเวลา เพราะไม่มีการประกาศขายใด ๆ ปรากฏในช่องทางสื่อสารของเพื่อนคนดังกล่าวเลย
อุทาหรณ์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวที่เตือนใจได้เป็นอย่างดีว่า แม้เพื่อนที่เราไว้ใจหรือรักชอบพอคบหากันมานานจากอดีตจนถึงปัจจุบันก็ราว 20 ปี เมื่อมีเรื่องของแหวนเพชรซึ่งเป็นเครื่องประดับราคาสูง มิตรภาพที่เคยไว้ใจกันได้ก็อาจถูกสั่นคลอน ดังนั้นไว้ว่าจะเป็นใคร หากไม่อยากพบเจอประสบการณ์แย่ ๆ เช่นเดียวกับเธอคนนี้ ก็ไม่ควรให้ความไว้วางใจ เชื่อใจเพื่อนมากเกินไป ควรมีการศึกษาเรื่องแหวนเพชรไว้บ้าง ที่สำคัญควรกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาในยามเกิดเรื่อง เพราะอาจเมื่อได้รับเพชรมาแล้ว แต่เกิดความลังเลหรือสงสัยก็ควรสอบถามและพูดคุยรายละเอียดอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ประสบการณ์แย่ ๆ เช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเราเอง